เชื่อเถอะว่าโลกแห่งเทคโนโลยีนั้นไร้พรมแดนและไม่มีขอบเขตจริงๆ สิ่งที่ดีที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในอนาคตก็ได้ เช่นเดียวกับระบบปฏิบัติทางคอมพิวเตอร์ที่เราคุ้นชินกันอยู่ในปัจจุบันที่แม้จะรู้สึกว่าสามารถใช้การได้เป็นอย่างดี จะมีบ้างเพียงจุดเล็กจุดน้อยที่ไม่ตอบโจทย์ความไม่พอใจของแต่ละคน
อย่างไรก็ตามในมุมมองของผู้ผลิตแล้ว ย่อมไม่มีคำว่าพอใจ และหยุดนิ่งความพยายามคิดค้นสิ่งที่ดีที่สุดออกมาเสมอ เช่นเดียวกับสาวกไอทีที่เตรียมลิงโลดอีกครั้ง เมื่อบ.ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่างไมโครซอฟท์ถือเอาวันฮาโลวีนที่จะถึงนี้เข็น “วินโดวส์ 7” มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งไฮไลท์สำคัญที่เอามาโชว์ครั้งนี้ นอกจากจะนำเอาดีไซน์เก๋ๆ มาพาคุณไปสู่ยุคของการใช้งานระบบปฏิบัติการยุคใหม่ ยังผนวกงานศิลปะเข้าไปด้วย แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ ผลงานการออกแบบ Wallpaper ที่ดีไซน์โดยฝีมือของนักวาดภาพประกอบชาวไทย
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ไอซีทีเปิดเว็บ www.ndwc.go.th ช่องทางเตือนภัย
ศูนย์ เตือนภัยฯ เปิดเว็บไซต์เตือนภัยครั้งแรก หวังเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภัยพิบัติ และลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างเหตุการณ์ สึนามิเมื่อปี 2547...
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้เปิดเว็บไซต์www.ndwc.go.th เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ของศูนย์เตือนภัย เป็นแหล่งข้อมูลด้านภัยพิบัติทุกประเภท และเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับประชาชนในการเฝ้าระวังภัยด้วย และพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสืบค้นข้อมูลได้แล้ว โดยจะเป็นแหล่งในการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับภัยพิบัติทุกชนิด ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการแจ้งเตือนในกรณีที่อาจจะเกิดภัยพิบัติต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยเว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยนี้ ถือเป็นเว็บไซต์ของประเทศไทยที่มีทำการรวบรวมความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติ ต่างๆ และออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานสะดวกรวดเร็วในการค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลด้านพิบัติภัยทุกประเภท ตลอดจนการเปิดช่องทางในการติดต่อสื่อสารแก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังภัย ในลักษณะรูปแบบของชุมชนออนไลน์ ซึ่งภายในเว็บไซต์จะมีการอัพเดทข้อมูลอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อยู่ในข่ายต้องแจ้งเตือนภัยกับประประชาชน ทั้งนี้ผู้ที่สามารถเข้ามารายงานสถานการณ์ได้นั้น ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หรือหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ที่ผ่านการอบรมจากทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเท่านั้น ที่สามารถเข้ามาใช้สิทธิ์ในการรายงานสด หากมีสถานการณ์หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น อันจะเป็นการส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ตลอดเวลา เพราะในความเป็นจริงหากเกิดภัยพิบัติขึ้น
รองปลัด ไอซีที กล่าวด้วยว่า เว็บไซต์จะเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ และสะดวกที่สุด เพราะที่ผ่านมาตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ระบบการติดต่อสื่อสารหลักขัดข้อง ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ทุกชนิด ยกเว้นทางวิทยุสื่อสารเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เองที่เว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยได้มีการพัฒนาและรองรับระบบวิทยุ สื่อสาร ให้สามารถแจ้งข้อมูลการเตือนภัยผ่านเข้าระบบเว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยพิบัติ แห่งชาติได้.
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้เปิดเว็บไซต์www.ndwc.go.th เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ของศูนย์เตือนภัย เป็นแหล่งข้อมูลด้านภัยพิบัติทุกประเภท และเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับประชาชนในการเฝ้าระวังภัยด้วย และพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสืบค้นข้อมูลได้แล้ว โดยจะเป็นแหล่งในการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับภัยพิบัติทุกชนิด ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการแจ้งเตือนในกรณีที่อาจจะเกิดภัยพิบัติต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยเว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยนี้ ถือเป็นเว็บไซต์ของประเทศไทยที่มีทำการรวบรวมความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติ ต่างๆ และออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานสะดวกรวดเร็วในการค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลด้านพิบัติภัยทุกประเภท ตลอดจนการเปิดช่องทางในการติดต่อสื่อสารแก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังภัย ในลักษณะรูปแบบของชุมชนออนไลน์ ซึ่งภายในเว็บไซต์จะมีการอัพเดทข้อมูลอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อยู่ในข่ายต้องแจ้งเตือนภัยกับประประชาชน ทั้งนี้ผู้ที่สามารถเข้ามารายงานสถานการณ์ได้นั้น ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หรือหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ที่ผ่านการอบรมจากทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเท่านั้น ที่สามารถเข้ามาใช้สิทธิ์ในการรายงานสด หากมีสถานการณ์หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น อันจะเป็นการส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ตลอดเวลา เพราะในความเป็นจริงหากเกิดภัยพิบัติขึ้น
รองปลัด ไอซีที กล่าวด้วยว่า เว็บไซต์จะเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ และสะดวกที่สุด เพราะที่ผ่านมาตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ระบบการติดต่อสื่อสารหลักขัดข้อง ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ทุกชนิด ยกเว้นทางวิทยุสื่อสารเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เองที่เว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยได้มีการพัฒนาและรองรับระบบวิทยุ สื่อสาร ให้สามารถแจ้งข้อมูลการเตือนภัยผ่านเข้าระบบเว็บไซต์ของศูนย์เตือนภัยพิบัติ แห่งชาติได้.
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เมโทรซิสเต็มส์ตั้งศูนย์ AATC ปลูกบุคลากรมัลติมีเดีย
ผุดศูนย์ฝึกอบรมมาตรฐานอโดบี ยกระดับการใช้ซอฟต์แวร์ ประกาศปักธงรบธุรกิจไอที รองรับความต้องการตลาด ขยับขึ้นแท่น Gold Partner ขยายตลาดอโดบีไทย...
นายอรุณ ต่อเอกบัณฑิต ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์โซลูชั่น บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรม Adobe Authorized Training Center หรือ AATC จากการรับรองของอโดบี (Adobe) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อขยายธุรกิจการฝึกอบรมและยกระดับงานให้บริการฝึกอบรมการใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานอโดบี และสร้างสรรค์บุคลากรมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถครบด้านมัลติมีเดีย ทั้งการออกแบบกราฟฟิคดีไซน์ เว็บไซต์ และสื่อดิจิตอล เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาด สร้างคุณค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และรองรับการเติบโตของธุรกิจนิวมีเดียหรือสื่อดิจิตอล ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ศูนย์ฝึกอบรม AATC ของบริษัทฯ มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนทันสมัย ผู้สอนทุกคนผ่านการอบรมจาก AATC และบริหารงานโดยผู้บริหารศูนย์ฝึกอบรมบางกอก แอดวานซ์ เลิร์นนิ่ง หรือ BAL ที่ได้รางวัลศูนย์ฝึกอบรมไมโครซอฟท์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 นอกจากนี้ AATC ยังเป็นศูนย์สอบ หรือ Certified Center ของอโดบี จากในอดีตที่ไม่มีใครรู้สถานที่และขั้นตอนสอบ Adobe จึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับ Certified ของ Adobe ทั้งนี้ ผู้ที่มาอบรมสามารถเข้าสอบโดยตรงได้ทันที ถือเป็นคุณค่าเพิ่มต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ขณะนี้ บริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็น Gold Partner ของ Adobe เพื่อขยายตลาดซอฟต์แวร์อโดบีประเทศไทย โดยในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งขยายธุรกิจซอฟต์แวร์โซลูชันและบริการ รองรับความต้องการและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจของลูกค้า ล่าสุด บริษัทฯ ยังประกาศระบบมาตรฐาน ISO/IEC 20000 : 2005 ยกระดับงานบริการด้านเอาท์ซอร์สไอที เพื่อเสริมความมั่นใจและพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
"เชื่อว่าการเปิดศูนย์ฝึกอบรม AATC ในครั้งนี้ จะช่วยขยายฐานลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาใช้บริการฝึกอบรมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ควบคู่กับนโยบายผลักดันทุกผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของอโดบีสู่ตลาด ทั้งยังช่วยขยายฐานธุรกิจและเพิ่มมูลค่าธุรกิจกลุ่มซอฟต์แวร์โซลูชันและบริการของบริษัทฯ เป็นอย่างมากในปีนี้” นายอรุณ กล่าว
นายอรุณ ต่อเอกบัณฑิต ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์โซลูชั่น บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรม Adobe Authorized Training Center หรือ AATC จากการรับรองของอโดบี (Adobe) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อขยายธุรกิจการฝึกอบรมและยกระดับงานให้บริการฝึกอบรมการใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานอโดบี และสร้างสรรค์บุคลากรมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถครบด้านมัลติมีเดีย ทั้งการออกแบบกราฟฟิคดีไซน์ เว็บไซต์ และสื่อดิจิตอล เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาด สร้างคุณค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และรองรับการเติบโตของธุรกิจนิวมีเดียหรือสื่อดิจิตอล ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ศูนย์ฝึกอบรม AATC ของบริษัทฯ มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนทันสมัย ผู้สอนทุกคนผ่านการอบรมจาก AATC และบริหารงานโดยผู้บริหารศูนย์ฝึกอบรมบางกอก แอดวานซ์ เลิร์นนิ่ง หรือ BAL ที่ได้รางวัลศูนย์ฝึกอบรมไมโครซอฟท์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 นอกจากนี้ AATC ยังเป็นศูนย์สอบ หรือ Certified Center ของอโดบี จากในอดีตที่ไม่มีใครรู้สถานที่และขั้นตอนสอบ Adobe จึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับ Certified ของ Adobe ทั้งนี้ ผู้ที่มาอบรมสามารถเข้าสอบโดยตรงได้ทันที ถือเป็นคุณค่าเพิ่มต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ขณะนี้ บริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็น Gold Partner ของ Adobe เพื่อขยายตลาดซอฟต์แวร์อโดบีประเทศไทย โดยในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งขยายธุรกิจซอฟต์แวร์โซลูชันและบริการ รองรับความต้องการและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจของลูกค้า ล่าสุด บริษัทฯ ยังประกาศระบบมาตรฐาน ISO/IEC 20000 : 2005 ยกระดับงานบริการด้านเอาท์ซอร์สไอที เพื่อเสริมความมั่นใจและพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
"เชื่อว่าการเปิดศูนย์ฝึกอบรม AATC ในครั้งนี้ จะช่วยขยายฐานลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาใช้บริการฝึกอบรมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ควบคู่กับนโยบายผลักดันทุกผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของอโดบีสู่ตลาด ทั้งยังช่วยขยายฐานธุรกิจและเพิ่มมูลค่าธุรกิจกลุ่มซอฟต์แวร์โซลูชันและบริการของบริษัทฯ เป็นอย่างมากในปีนี้” นายอรุณ กล่าว
กูเกิลชวนเยาวชนประชันฝีมือออกแบบดูเดิล
ร่วม กับศธ.และทีเค พาร์ค หนุนเด็กไทยแสดงพลังความคิด ออกแบบโลโก้กูเกิลหัวข้อเมืองไทยของฉัน เตรียมเฟ้นหาสุดยอดผลงาน โชว์หน้าเว็บไซต์วันสงกรานต์...
นางสาว พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประเทศไทย บริษัท กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ จัดการประกวดออกแบล่าสุด บริษัทฯ จัดการประกวดออกแบบภาพดูเดิล (Doodle) หัวข้อเมืองไทยของฉัน โดยการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเค พาร์ค เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสัญชาติไทยทั่วประเทศ ที่พำนักอยู่ภายในประเทศไทย อายุระหว่าง 5-18 ปี ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบโลโก้ของกูเกิล พร้อมเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เหตุการณ์ และวันสำคัญ โดยผู้ชนะจะมีโอกาสแสดงผลงานภาพดูเดิลบนโฮมเพจ www.google.co.th ในวันที่ 13 เม.ย. 2553 เป็นเวลา 1 วัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานที่เข้ารอบจำนวนทั้งสิ้น 400 ภาพ จาก 4 กลุ่มการศึกษา คือ 1.อนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 3 2.ประถมศึกษาปีที่ 4-6 3.มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และ 4.มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และคัดเลือกเหลือ 40 ภาพ พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงคะแนน และคัดเหลือเพียงรางวัลชนะเลิศ 4 ภาพ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดสำหรับแสดงเป็นดูเดิลในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศแต่ละกลุ่มการศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาคนละ 25,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เกียรติบัตร และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เช่นเดียวกับสถานศึกษาที่จะได้รับทุนซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยี 25,000 บาท พร้อมติดตั้งและสอนการใช้งานโปรแกรม Google Apps ขณะที่ ผู้ชนะเลิศ 1 คนที่ได้รับเลือกให้แสดงผลงาน จะมีโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษา ณ สำนักงานใหญ่ของกูเกิล ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมผู้ปกครองและครูอีกด้วย
น. ส.พรทิพย์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าวกูเกิลคาดหวังให้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมให้มากที่สุด เนื่องจาก โครงการดังกล่าวสนับสนุนการทำกิจกรรมร่วมกัน และการแสดงความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งยังเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ของประเทศไทยไปทั่วโลกผ่านเว็บไซต์กูเกิล ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2553 กูเกิลยังคงให้ความสำคัญและเน้นบริการค้นหา (Search) และบริการ Google Adwards ต่อไป
อย่างไร ก็ตาม การปรับแต่งดูเดิลกูเกิลเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2542 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ วาระครบรอบ และเทศกาลต่างๆ ทั่วโลก ส่วนดูเดิลที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อประเทศไทยนั้นเริ่มต้นในปี 2551 โดยมีทั้งสิ้น 5 ภาพ สำหรับใช้ในเทศกาลและวันสำคัญ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง วันพ่อแห่งชาติ และวันศิลปินแห่งชาติประจำปี 2551 และ 2552) ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 26 ก.พ. 2553 ผ่านอุทยานการเรียนรู้ทีเค พาร์ค หรือส่งด้วยตนเองมายัง ตู้ปณ.89 จระเข้บัว กทม. 10230
นางสาว พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประเทศไทย บริษัท กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ จัดการประกวดออกแบล่าสุด บริษัทฯ จัดการประกวดออกแบบภาพดูเดิล (Doodle) หัวข้อเมืองไทยของฉัน โดยการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเค พาร์ค เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสัญชาติไทยทั่วประเทศ ที่พำนักอยู่ภายในประเทศไทย อายุระหว่าง 5-18 ปี ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบโลโก้ของกูเกิล พร้อมเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เหตุการณ์ และวันสำคัญ โดยผู้ชนะจะมีโอกาสแสดงผลงานภาพดูเดิลบนโฮมเพจ www.google.co.th ในวันที่ 13 เม.ย. 2553 เป็นเวลา 1 วัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานที่เข้ารอบจำนวนทั้งสิ้น 400 ภาพ จาก 4 กลุ่มการศึกษา คือ 1.อนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 3 2.ประถมศึกษาปีที่ 4-6 3.มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และ 4.มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และคัดเลือกเหลือ 40 ภาพ พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงคะแนน และคัดเหลือเพียงรางวัลชนะเลิศ 4 ภาพ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดสำหรับแสดงเป็นดูเดิลในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศแต่ละกลุ่มการศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาคนละ 25,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เกียรติบัตร และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เช่นเดียวกับสถานศึกษาที่จะได้รับทุนซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยี 25,000 บาท พร้อมติดตั้งและสอนการใช้งานโปรแกรม Google Apps ขณะที่ ผู้ชนะเลิศ 1 คนที่ได้รับเลือกให้แสดงผลงาน จะมีโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษา ณ สำนักงานใหญ่ของกูเกิล ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมผู้ปกครองและครูอีกด้วย
น. ส.พรทิพย์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าวกูเกิลคาดหวังให้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมให้มากที่สุด เนื่องจาก โครงการดังกล่าวสนับสนุนการทำกิจกรรมร่วมกัน และการแสดงความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งยังเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ของประเทศไทยไปทั่วโลกผ่านเว็บไซต์กูเกิล ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2553 กูเกิลยังคงให้ความสำคัญและเน้นบริการค้นหา (Search) และบริการ Google Adwards ต่อไป
อย่างไร ก็ตาม การปรับแต่งดูเดิลกูเกิลเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2542 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ วาระครบรอบ และเทศกาลต่างๆ ทั่วโลก ส่วนดูเดิลที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อประเทศไทยนั้นเริ่มต้นในปี 2551 โดยมีทั้งสิ้น 5 ภาพ สำหรับใช้ในเทศกาลและวันสำคัญ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง วันพ่อแห่งชาติ และวันศิลปินแห่งชาติประจำปี 2551 และ 2552) ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 26 ก.พ. 2553 ผ่านอุทยานการเรียนรู้ทีเค พาร์ค หรือส่งด้วยตนเองมายัง ตู้ปณ.89 จระเข้บัว กทม. 10230
ไอซีทีระดมหน่วยงานรัฐปรับเว็บไซต์สู่สากล
ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐลงนามความร่วมมือ โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วยไอซีที คาดกลุ่มคนพิการได้ประโยชน์ ใช้งานเว็บโดยตรง...
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วยไอซีที วานนี้ (6 ส.ค.)ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดทำรูปแบบมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ พร้อมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่แนวทางการจัดทำเว็บไซต์ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศและการสื่อสารได้ อีกทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุง และพัฒนาให้เป็นเว็บไซต์ตามมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์สากล WCAG
ปลัดไอซีที กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่นิยมค้นคว้า และเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงรับบริการจากภาครัฐผ่านช่องทางเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ คนตาบอดที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาให้ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม
นางทรงพร โกมลสุรเดช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า หน้าที่กระทรวงฯ คือผลักดันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และบริการต่างๆ ของภาครัฐผ่านทางเว็บไซต์โดยพยายามเพิ่มจำนวนเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐให้รองรับการใช้งานของกลุ่มคนพิการ โดยเฉพาะกลุ่มคนตาบอด ที่ต้องอาศัยการออกแบบเว็บไซต์ที่เป็นสากล เรียกว่า Universal Design โดยออกแบบให้ใช้ได้กับทุกคน ทั้งคนปกติ คนพิการ หรือ ผู้สูงอายุ
ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า การดำเนินงานโครงการฯ ปี 2552 นี้ มีเป้าหมายจะจัดทำเว็บไซต์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 3 หน่วยงาน โดยคัดเลือกจากผลการศึกษาความต้องการและความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐที่ได้ทำไว้ในปี 2551 ที่ผ่านมา มาพิจารณาคัดเลือกหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมโครงการ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงไอซีที โดยมี 3 หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2.ส่วนส่งเสริมการผลิตสื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและ 3. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วยไอซีที วานนี้ (6 ส.ค.)ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดทำรูปแบบมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ พร้อมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่แนวทางการจัดทำเว็บไซต์ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศและการสื่อสารได้ อีกทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุง และพัฒนาให้เป็นเว็บไซต์ตามมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์สากล WCAG
ปลัดไอซีที กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่นิยมค้นคว้า และเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงรับบริการจากภาครัฐผ่านช่องทางเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ คนตาบอดที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาให้ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม
นางทรงพร โกมลสุรเดช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า หน้าที่กระทรวงฯ คือผลักดันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และบริการต่างๆ ของภาครัฐผ่านทางเว็บไซต์โดยพยายามเพิ่มจำนวนเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐให้รองรับการใช้งานของกลุ่มคนพิการ โดยเฉพาะกลุ่มคนตาบอด ที่ต้องอาศัยการออกแบบเว็บไซต์ที่เป็นสากล เรียกว่า Universal Design โดยออกแบบให้ใช้ได้กับทุกคน ทั้งคนปกติ คนพิการ หรือ ผู้สูงอายุ
ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า การดำเนินงานโครงการฯ ปี 2552 นี้ มีเป้าหมายจะจัดทำเว็บไซต์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 3 หน่วยงาน โดยคัดเลือกจากผลการศึกษาความต้องการและความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐที่ได้ทำไว้ในปี 2551 ที่ผ่านมา มาพิจารณาคัดเลือกหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมโครงการ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงไอซีที โดยมี 3 หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2.ส่วนส่งเสริมการผลิตสื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและ 3. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)